ads

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558

การตั้งค่าบัญชีรับเงิน Amazon เข้าธนาคารกรุงเทพ แบบ Direct Deposit

ขออนุญาติมาแปะไว้กันลืมคร้บ
เริ่มต้นก่อนอื่นเลย ต้องไปเปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพเป็นอันดับแรกครับ แบบออมทรัพย์ ไม่ต้องไปเปิดสาขา New York นะครับ เปลืองค่าเครื่องบินเปล่าๆ
ผมแนะนำให้มีบัญชีของธนาคารกรุงเทพกับธนาคารกสิกรไทย สำคัญมาก เดี๋ยวจะค่อยๆ มาบอกไปเรื่อยๆ นะครับครับ

1. สำหรับค่าธรรมเนียมการรับเงินแบบ Direct Deposit คิดเรท ดังนี้

- ยอดเงินโอน น้อยกว่า $50 ไม่คิดค่าธรรมเนียม
- ยอดเงินโอน $51-$100 คิดค่าธรรมเนียม $3
- ยอดเงินโอน $100.01-$2,000 คิดค่าธรรมเนียม $5
- ยอดเงินโอน $2,000.01-$50,000 คิดค่าธรรมเนียม $10
- ยอดเงินโอน $50,000.01 ขึ้นไป คิดค่าธรรมเนียม $20

2. ค่าธรรมเนียมการรับเงินโอนจากต่างประเทศของธนาคารกรุงเทพในประเทศไทย คิดค่าธรรมเนียม 200 บาท หรือ 0.25% ของมูลค่า เป็นเงินบาทแต่ไม่เกิน 500 บาท

สมมุติว่าเราได้เงินจาก Amazon $10 เราจะต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมให้ธนาคารกรุงเทพ 200 บาท ซึ่งเท่ากับเราไม่ได้อะไรเลย เสียค่าธรรมเนียมเกือบจะเท่ากับรายรับที่ได้เสียอีก ดังนั้น แนะนำให้ตั้งแบบรับเงินเป็นเช็คไว้ก่อน ที่มูลค่าที่ $1000 พอได้ยอดใกล้ครบตามจำนวนแล้วค่อยไปตั้งค่่าการรับเงินใหม่มาเป็นแบบโอนเงินเข้าธนาคารกรุงเทพอีกที

เรทเงินที่เราจะเสียค่าธรรมเนียมต่ำสุด อยู่ที่จำนวนเงิน $2000 ครับ

สิ่งที่ต้องเตรียมไว้สำหรับการรับเงินแบบ Direct Deposit เข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพของ Amazon

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารกรุงเทพ สาขาใดก็ได้

ขั้นตอนการตั้งค่า Direct Deposit ของ Amazon

1. Login เข้าไปยัง Amazon Associate ของเรา
2. คลิกที่ Account Settings เมนูมุมบนด้านขวา
3. คลิก Change Payment Method



4. เลือก Direct Deposit แล้วใส่ค่าตามนี้

- Bank Name : BANGKOK BANK
- Bank Account Holder Name : ชื่อบัญชีธนาคารของเราเป็นภาษาอังกฤษ
- Bank Account Type: เลือก Savings
- Bank Account Number: ใส่หมายเลขบัญชีธนาคาร 10 ตัวของเราลงไป
- Routing Number / ABA Number: 026008691 -  (สำคัญมากห้ามผิด)

เสร็จแล้วให้ทำการกด Submit เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย รอรับเงินเข้าธนาคารได้เลย ไม่ต้องเอาเช็คไปขึ้นเงินให้เสียเวลาครับ

ที่มา : http://www.hot-th.com/thread-287-1-1.html

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

แนะนำเวป Micro Stock ขายภาพออนไลน์


แนะนำเวป Micro Stock ขายภาพออนไลน์  

จริงๆ ทำอยู่หลายเวปกว่านี้แต่ขอแนะนำแค่เวปที่มีความต่อเนื่องคุ้มกับเวลาที่เสียไปละกัน  เยอะกว่านี้ไม่มีเวลาไล่อัพละ   จริงๆ สมัครไว้นานพอควรแต่ไม่ได้อัพจริงจังเท่าไหร่   เพิ่งมาอัพต่อเนื่องตอนไม่กี่เดือนนี้เอง   
ผมจะเรียงตามที่ขายดีของผมนะ   ( อันดับทำเงินคนอื่น อาจจะต่างกันไป)

1. Fotolia.com 

   ตอนนี้เวปนี้ผมดาวโหลดต่อเนื่องดีกว่าเวปอื่นเสียอีก   ไม่ต้องสอบ  รับภาพไม่ยากด้วยทำให้หลังๆ มีมาเรื่อยๆ ไม่วูบวาบแต่มาต่อเนื่องดี

2. shutterstock.com

ถือเป็นตลาดใหญ่เลยใครก็จะมาเวปนี้กัน   ต้องสอบให้ผ่าน 7 ใน 10 ภาพ    ( รับภาพปานกลาง แต่บางทียากมากกกกกตกแบบยังไม่ทันตรวจ  แล้วแต่ดวงว่าคุณเจอคนตรวจคนไหน)  บางทีก็ทำให้เบื่อให้เซ็งเหมือนกัน  หลังๆ ถ้าส่งทีเป็นเซ็ตทีละมากๆ มักจะโดนตกหมดทั้งเซ็ต   แต่ถ้าเอาภาพนั้นไปผสมๆ รวมๆ กับภาพชุดอื่นกลับผ่านได้ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าคนตรวจบางคนไม่มีมาตรฐานเหมือนกันนะ  ตรงนี้ต้องวางแผนการส่งภาพเหมือนกัน   แต่ถ้าใครติดลมบนเวปนี้แล้วสบายเลยครับโหลดกินยาวดังนั้นควรพยายามสอบให้ผ่านไว้

3. 123rf.com

ตามมาอันดับ 3 ไม่ต้องสอบ  และรับภาพง่ายแต่นานๆ ตรวจทีประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง


4. istockphoto.com
 
   ต้องสอบก่อนค่อนข้างยากต้องเน้น  และรับภาพปานกลางไม่ยากมาก ตรวจสัปดาห์ละครั้ง

5  dreamtimes.com
 
   ไม่ต้องสอบ  รับภาพยากปานกลางสมเหตุผลดี  หลังจากสอบผ่านก็มีโหลดมา  แต่หลังๆ ไม่มีโหลดเลยแปลกเหมือนกันเป็นปีละ 

6. depositphotos.com

  ต้องสอบ 5 ภาพ  รับภาพค่อนข้างง่าย ( แต่เพิ่งสมัครไม่แน่ใจว่ารายได้ดีไหม )  ตรวจภาพแทบจะทุกวัน 


ใครสนใจก็ไปทำ passport เพื่อยืนยันตัวตน ( ใช้แทบจะทุกเวปครับ ) แล้วสมัครเพื่ออัพภาพกันเลยครับ  อันนี้คัดมา 6 ที่ที่ดูมีอนาคตหน่อยครับที่แต่ว่า  แต่ละคนภาพก็คนละแนวกันอาจจะถูกฉโลกไม่เหมือนกันครับอันดับ   แนะนำให้อัพไปทุกเวปเลบแล้วค่อยดูว่าตัวเราเหมาะกับแนวไหนเวปไหน  แล้วก็เน้นกันอีกทีครับ
   

Review โปรแกรม Foap

รีวิว โปรแกรม FOAP

 มาถึงโปรแกรมขายภาพอีกตัวที่น่าสนใจ  เป็นโปรแกรมแนว Mobile stock อีกตัวที่น่าสนใจจากทางสวีเดน   ที่ถือว่าออกแบบมาได้ดีเลยเป็นอย่างไรลองไปเล่นกันดูนะครับ
โดย Foap จะเป็นลักษณะถาพที่เราอัพขึ้นไป   จะต้องผ่านการให้คะแนนโดย user คนอื่นกดให้เราว่าจะให้เรากี่คะแนน 1-5 ดาว  ถ้า ภาพไหนเมื่อคนให้คะแนนครบ 5 คนไปแล้วคะแนนเกิน 2.5  ภาพนั้นก็จะผ่านเข้าไปในระบบของ Foap พร้อมขายได้ทันที   แต่ถ้าภาพไหนครบ 5 คนแล้ว   คะแนนยังไม่ถึง 2.5  รูปนั้นก็ถือว่าตกนะครับ    แต่ก็ลองส่งใหม่ได้เผื่อคนให้คะแนนคนอื่นๆ กดให้เราเกิน
จุดนี้มีข้อเสียตรงนี้เลยคือ  บางทีผมเจอพวก user เกรียนๆ นี่แหละกด คะแนนครับทำให้ภาพไม่ผ่าน  ต้องอัพใหม่อีกเสียเวลามากๆ ( ผมเทสด้วยรูปที่ขายในพอร์ทอื่นๆ มาอัพ)  เจอแบบนี้หลายครั้งเหมือนกัน
ลักษณะโปรแกรมจะประมาณนี้
เข้ามาที่เมนูหลักจะมีแบ่งดังนี้  

-Explore photos  คือ เมนูรวมภาพทั้งหมดในระบบโปรแกรมเปิดขึ้นมาหน้าแรกจะมี feed 2 ฟากคือ lastest sold  (คือภาพที่ขายได้ล่าสุด) กับ recently added (คือภาพที่ผ่านการตรวจรับเข้าระบบล่าสุด)  
- Rate photos  คือ การเข้าไปให้คะแนนภาพต่างๆ  1-5 ดาว  เราเป็นคนตรวจภาพของ user อื่นๆ ในระบบเลย
-Join missions  คือ โจทย์พิเศษที่ทางสปอนเซอร์จะจัดขึ้นมาว่าอยากได้ภาพอะไร  โดยราคาที่ซื้อส่วนมากจพสูงใช้ได้เลย  แต่ภาพไม่กี่ภาพที่จะซื้อ
- Your sales  คือ สรุปรวมจำนวนภาพ และเงินที่คุณขายได้
- Photo status  คือ ดูสถานะภาพของคุณที่ส่งไป
- Promote your photos  คือ กดโปรโมทภาพเราไปยังสื่อ social ต่างๆ
- how it works   คือ help ลองอ่านกันดู
- setting   คือการตั้งค่าต่างๆ พวก notification และ account เรานิดหน่อย

ขั้นตอนการอัพภาพถ้าเราเลือกเข้าร่วมกิจกรรม   join mission ( เพราะว่าถ้าขายได้จะได้ราคาสูงมาก 100$-500$  ประมาณนี้)   แต่ถ้าภาพไหนขายไม่ได้ก็ยังคงอยู่ในพอร์ทเรา  มีสิทธิ์ขายได้ใน rate ปกติต่อไปคือ 5$ (ราคาขาย 10$)
> กดเข้า join mission
> เลือก mission ที่สนใจอ่านดูว่าเขาต้องการภาพแบบไหน  กด join นั้น

> เลือกภาพจาก gallery มือถือเรา


> ตั้งชื่อและใส่รายละเอียด > next


>ใส่ keyword ในภาพเรา > next


> โปรแรกมถามว่ามีคนในภาพไหม  ถ้ามีอาจจะต้องขอแนบ pr คนในภาพด้วย  ถ้าไม่มี next


> แล้วโปรแกรมก็จะถามว่าเราจะ  ให้คะแนนภาพเลยไหม ( เราต้องเลือก rate now ) คือการให้คะแนนภาพของคนอื่นๆ  อย่างน้อย 5 ภาพ  ระบบถึงจะยอมส่งภาพของเราเข้ากระบวนการรีวิว
คะแนนก็มีตั้งแต่ 1-5 ดาว  เมื่อครบก็จะมีข้อความบอก

แค่นี้ก็เสร็จขึ้นตอนอัพภาพขายที่ FOAP แล้วครับ

เท่าที่ลองเล่นดูปัญหาของตัวนี้ก็จะอยู่ที่การตรวจภาพ  เพราะระบบตั้งให้ user แต่ละคนเป็นคนให้คะแนนภาพในการ approve ขึ้นขาย  ถ้ารูปที่เราอัพเจอ user คนอื่นดี  ก็ดีไปแป๊บเดียวผ่าน  แต่ถ้าเจอพวกเกรียนๆ กดคะแนน  ภาพเราก็อาจจะตกได้  ต้องเสียเวลาอัพใหม่

ยังไงลองอัพกันดูนะครับขอให้ขายได้ :)

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

Install Oracle Client

Install Oracle Client
# yum install php-pear php-devel zlib zlib-devel bc libaio glibc

$ rpm -ivh oracle-instantclient-basic-10.2.0.3-1.x86_64.rpm
$ rpm -ivh oracle-instantclient-devel-10.2.0.3-1.x86_64.rpm

create symbolic link
# ln -s /usr/include/oracle/10.2.0.3/client64 /usr/include/oracle/10.2.0.3/client
# ln -s /usr/lib/oracle/10.2.0.3/client64 /usr/lib/oracle/10.2.0.3/client

Create a file oracle.sh  inside /etc/profile.d  
export LD_LIBRARY_PATH=/usr/lib/oracle/11.2/client64/lib

and run it
#  source /etc/profile.d/oracle.sh

install PDO_OCI
# pecl download PDO_OCI
# tar -xvf PDO_OCI-1.0.tgz
# cd PDO_OCI-1.0

edit file confie.m4  in line 10  insert this for version 10.2.xxx
# vi config.m4

elif test -f $PDO_OCI_DIR/lib/libclntsh.$SHLIB_SUFFIX_NAME.10.2; then
  PDO_OCI_VERSION=10.2

และรันคำสั่ง

# phpize
# ./configure --with-php-config=php-config --with-pdo-oci=instantclient,/usr,10.2.0.3
# make
# make install

enable extension โดยสร้างไฟล์ /etc/php.d/pdo_oci.ini
# vi /etc/php.d/pdo_oci.ini
extension=pdo_oci.so
 
ทดสอบ
#  php -i | grep oci
จำได้ผลประมาณนี้
/etc/php.d/pdo_oci.ini,
PDO drivers => oci, odbc, sqlite

OCI8  install ด้วย pear
# pear download pecl/oci8
# tar -xvf  oci8-2.0.7.tgz
# cd  oci8-2.0.7
แล้วทำการ build install
#phpize
# ./configure --with-oci8=shared,instantclient,/usr/lib/oracle/10.2.0.3/client64/lib,10.2.0.3
# make
# make install

ทำการ extension สร้างไฟล์ /etc/php.d/oci8.ini
# vi /etc/php.d/oci8.ini   ใส่ไป

extension=oci8.so

# php -i | grep oci8  
เพื่อทดสอบ  จะได้ผลประมาณข้อความด้านล่าง
/etc/php.d/oci8.ini,
oci8
oci8.connection_class => no value => no value
oci8.default_prefetch => 100 => 100
oci8.events => Off => Off
oci8.max_persistent => -1 => -1
oci8.old_oci_close_semantics => Off => Off
oci8.persistent_timeout => -1 => -1
oci8.ping_interval => 60 => 60
oci8.privileged_connect => Off => Off
oci8.statement_cache_size => 20 => 20

ทำการ restart apache รอบหนึ่งก็เสร็จสิ้นการลง oracle client ครับ

ที่มา:
http://shiki.me/blog/installing-pdo_oci-and-oci8-php-extensions-on-centos-6-4-64bit/

install repcached ( replicated memcached )

ลง lib ที่จำเป็นต้องใช้ก่อน
#yum install libmemcached  perl-IO-Socket-INET6 libevent

เลือกเวอร์ชั่นท่ต้ืองการ   http://repcached.lab.klab.org/

ดาวโหลด rpm มาแล้วติดตั้งตามขั้นตอน
# rpm -ivh  memcached-1.2.8-repcached-2.2-1.el6_.x86_64.rpm


[root@Mem1 software]# telnet 10.5.5.10 10001
Trying 10.77.169.110...
Connected to 10.77.169.110.
Escape character is '^]'.
set test 0 0 4
ตั้งชื่อ test  <enter>
STORED  แสดงว่าเก็บค่าแล้ว


จากอีกเครืองทดสอบย้อน connect ยอ้นกลับไป  port 10001

[root@Mem2 init.d]# telnet 10.5.5.9 10001
Trying 10.77.169.109...
Connected to 10.77.169.109.
Escape character is '^]'.
get test
จะได้ค่าเดียวกัน
VALUE test 0 4
test
END

การ Merg Partition บน Windows

>diskpart
>list disk  เพื่อดู disk
>sel disk 0   ชื่อดิสที่โชว์ก่อนนี้
>list partition   เพื่อดู partition ของดิสที่เราเลือก

>sel par 2   ( เลือกพาธิชั่นที่รวม unlocated ไว้ที่นี้คือ drive: D+allocated)
>list vol   (เพื่อดูชื่อ volume ของแต่ละไดร์ฟ)

>sel vol 2 (ที่นี้คือ volume 2 drive E: ที่เราต้องการขยายแล้วมี unllocated ดิสรวมในพื้นทีนี้แล้ว
>extend    คำสั่งขยายเต็มพื้นที่ที่ unllocated ที่เหลือก

Convert Disk type from Thin to Thick

Convert Disk type from Thin to Thick
**สำหรับ VMware ESXi version 5.5 ลอง migrate แล้วไม่เวิร์คใช้วิธีนี้แทน
1. shutdown ตัว machine ที่ต้องการจะเปลียน Thin ==> Thick
2. คลิกแทบ Summary ที่ datastore คลิกขวา Browse เข้าไปยัง datastore ที่เครื่องนั้นใช้เข้าไปยังชื่อ sever ที่เราจะทำการเปลียนแปลง
3. หาไฟล์ .vmdk คลิกขวาเลือก Inflate แล้วรอจนกระทั้งเสร็จขั้นตอน



4. login เข้า iLO VMware เพื่อเปิด enable ssh
5. เมื่อทำการ enable แล้วเข้าไปยัง vmfs เครืองที่เราจะทำการแก้ไข
จะเป็น /vmfs/datastore/ชื่อเครืองxxx ประมาณนี้
6. เมื่อเข้าไปจะเห็นไฟล์ ที่เราทำการ Inflate ไปแล้ว จะมี -flate ต่อท้ายชื่อไฟล์เรานั้นเองใช้คำสั่ง
> mkfstools -i T-QB2-ZoneADB2_1.vmdk -d zeroedthick T-QB2-ZoneADB2_1-flate.vmdk
T-QB2-ZoneADB2_1.vmdk ==> ไฟล์เก่า
T-QB2-ZoneADB2_1-flate.vmdk ==> ไฟล์ใหม่ที่ทำให้เป็น thick
เสร็จดูผลที่ resource ได้เลย